ท่อเฟล็กซ์ร้อยสายไฟราคา (PE มาตรฐาน)
ท่อเฟล็กซ์ร้อยสายไฟราคา PE (โพลีเอทิลีน) เป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในงานติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในอาคาร บ้านพักอาศัย หรือโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ยืดหยุ่นสูง และติดตั้งง่าย ช่วยปกป้องสายไฟจากการเสียดสี การกระแทก หรือการบิดงอที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการใช้งาน โดยท่อชนิดนี้มักมีลักษณะเป็นลอน ทำให้สามารถโค้งงอได้ตามพื้นที่หรือแนวผนังที่ต้องการโดยไม่ต้องใช้ข้องอเพิ่มเติม
วัสดุที่ใช้ผลิตท่อเฟล็กซ์ร้อยสายไฟ
วัสดุที่ใช้ผลิตท่อชนิดนี้คือพลาสติก PE (Polyethylene) ซึ่งมีคุณสมบัติเหนียว ทนแรงดึงได้พอสมควร ไม่เปราะหรือแตกง่ายเมื่อติดตั้ง และสามารถต้านทานความชื้นได้ดี จึงเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่แห้งหรือภายในอาคาร อย่างไรก็ตาม ท่อ PE มาตรฐานมักจะไม่ทนต่อแสงแดดโดยตรง (UV) หรือความร้อนสูงมากนัก จึงไม่ควรนำไปใช้ในงานภายนอกที่ต้องเผชิญกับแสงแดดหรืออุณหภูมิสูงต่อเนื่อง
รายละเอียดสินค้าและราคา
สินค้าและบทความใกล้เคียง
ขนาดท่อเฟล็กซ์ PE มีให้เลือกหลาย
ขนาด เช่น 16 มม. (1/2 นิ้ว), 20 มม. (3/4 นิ้ว), 25 มม. (1 นิ้ว) ไปจนถึง 50 มม. (2 นิ้ว) โดยเลือกขนาดตามปริมาณสายไฟที่ต้องการร้อยผ่านเข้าไป ส่วนความยาวของท่อโดยทั่วไปจะบรรจุในม้วน 50 หรือ 100 เมตร ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกซื้อได้ตามความจำเป็นของหน้างาน และลดของเหลือใช้อย่างไม่จำเป็น ในกรณีที่ต้องการความสวยงามในการติดตั้ง เช่น งานภายในบ้านหรือสำนักงาน ท่อ PE สีเทาหรือดำมักเป็นที่นิยม เนื่องจากดูสะอาดตาและเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี โดยสามารถใช้ร่วมกับกล่องพักสายหรือปลั๊กไฟแบบฝังผนังได้อย่างเรียบร้อย ทำให้งานติดตั้งดูเป็นระเบียบมากขึ้น
ตารางเลือกขนาดท่อเฟล็กซ์ร้อยสายไฟราคา PE
| ขนาดสายไฟ (ตร.มม.) | จำนวนสาย | พื้นที่รวมโดยประมาณ (ตร.มม.) | ขนาดท่อแนะนำ (มม.) | ขนาดท่อเทียบ (นิ้ว) |
|---|---|---|---|---|
| 1.5 | 1–3 | 4.5 | 16 มม. | 1/2″ |
| 1.5 | 4–6 | 9.0 | 20 มม. | 3/4″ |
| 2.5 | 1–3 | 7.5 | 16–20 มม. | 1/2″–3/4″ |
| 2.5 | 4–6 | 15.0 | 20–25 มม. | 3/4″–1″ |
| 4.0 | 3–4 | 16.0 | 25 มม. | 1″ |
| 6.0 | 2–3 | 18.0 | 25 มม. | 1″ |
| 6.0 | 4–5 | 30.0 | 32 มม. | 1-1/4″ |
| 10.0 | 2–3 | 30.0 | 32–38 มม. | 1-1/4″–1-1/2″ |
| 16.0 | 2 | 32.0 | 38–50 มม. | 1-1/2″–2″ |
| สายไฟหลายขนาดรวมกัน | >6 เส้น | >35.0 | 38–50 มม. | 1-1/2″–2″ |
ข้อควรพิจารณาในการเลือกท่อร้อยสายไฟราคา PE
ควรตรวจสอบความหนาและความแข็งแรงของท่อ โดยท่อคุณภาพดีจะไม่ยุบตัวง่ายเมื่อนำไปฝังในผนังหรือเพดาน และควรใช้ร่วมกับอุปกรณ์ยึดสายให้แน่นหนา เพื่อป้องกันไม่ให้ท่อเคลื่อนตัวเมื่อมีการดึงหรือโยกสายไฟภายใน ทั้งนี้ หากงานติดตั้งอยู่ในพื้นที่กลางแจ้งหรือมีความร้อนสูง ควรพิจารณาท่อชนิด PA หรือโลหะแทน เพื่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า
เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับงานไฟฟ้าภายในอาคาร เนื่องจากติดตั้งง่าย ราคาประหยัด และมีขนาดให้เลือกหลากหลาย แต่ต้องเลือกใช้อย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้งาน เพื่อให้ระบบไฟฟ้าปลอดภัยและมีความทนทานต่อการใช้งาน
จุดเด่นเรื่องความยืดหยุ่นและราคาถูก
ท่อเฟล็กซ์ร้อยสายไฟ จุดเด่นเรื่องความยืดหยุ่นและราคาถูก แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรระวัง โดยเฉพาะเมื่อนำไปใช้ในงานที่ต้องเจอกับแรงกระแทกสูง สารเคมี หรือสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น พื้นที่ที่มีหนู แมลง หรือสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะวัสดุ PE นั้นไม่ทนต่อการขีดข่วนเท่าท่อโลหะ และไม่ทนต่อสารเคมีรุนแรงบางประเภท นอกจากนี้ หากใช้ในพื้นที่ที่มีความร้อนสะสมหรืออยู่ใกล้แหล่งกำเนิดความร้อน อาจทำให้ท่อบิดตัวหรือเสียรูปทรงได้
เพื่อยืดอายุการใช้งานของท่อเฟล็กซ์ PE ผู้ติดตั้งควรเลือกวิธีการติดตั้งให้เหมาะสม เช่น การเดินท่อผ่านผนังหรือเพดานแบบฝังใน เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดหรือความร้อนโดยตรง รวมถึงการรัดท่อให้แน่นด้วยแคลมป์หรืออุปกรณ์ยึดติดที่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะช่วยให้ท่ออยู่ในแนวที่ถูกต้องและไม่ขยับตัวเมื่อต้องมีการดึงสายหรือเปลี่ยนสายภายใน
การเลือกใช้ท่อเฟล็กซ์ร้อยสายไฟ PE
ควรพิจารณาจากลักษณะงานเป็นหลัก หากเป็นงานภายในอาคารทั่วไปซึ่งไม่มีปัจจัยเสี่ยงสูง ท่อชนิดนี้สามารถตอบโจทย์ได้ดีในเรื่องของความคุ้มค่า แต่หากเป็นงานระบบไฟฟ้ากลางแจ้ง โรงงานอุตสาหกรรม หรือพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง ควรหันไปใช้ท่อชนิดที่มีความแข็งแรงและทนทานมากกว่า เช่น ท่อโลหะ (EMT / IMC) หรือท่อ PA ที่ทนความร้อนได้ดีกว่า เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความปลอดภัยและใช้งานได้ในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ
- ทนการกัดกร่อนสูง โดยเฉพาะเกรด 304 และ 316 มีความสามารถในการต้านทานการกัดกร่อนจากความชื้น ไอเกลือ และสารเคมีได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีสารเคมี ห้องเย็น หรือพื้นที่ใกล้ทะเลที่มีไอเค็มในอากาศ
- ทนความร้อนสูง สามารถรองรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งจนถึงระดับสูงมาก โดยไม่เสียรูปทรงหรือเสื่อมคุณภาพ จึงเหมาะสำหรับระบบดูดลมร้อนจากเตาเผา ดูดควันจากกระบวนการผลิต หรือระบบที่มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
- โครงสร้างแข็งแรง ทนแรงดัน โครงสร้างของท่อสแตนเลสมักเป็นแบบลอนเกลียว interlock ซึ่งช่วยให้ท่อสามารถรับแรงดันลมสูง แรงดึง และแรงสั่นสะเทือนได้ดี โดยไม่เกิดการรั่วหรือฉีกขาด เหมาะสำหรับระบบที่มีแรงดันหรือมีการใช้งานต่อเนื่อง
- ยืดหยุ่นและดัดโค้งได้ ถึงแม้จะเป็นโลหะ สามารถโค้งงอได้ง่ายโดยไม่เสียรูปทรง ช่วยให้ติดตั้งได้สะดวกในพื้นที่จำกัดหรือบริเวณที่มีมุมโค้ง ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อต่อหรือข้องอจำนวนมาก ซึ่งลดต้นทุนและจุดเสี่ยงต่อการรั่วซึม
- ปลอดภัย ไม่เป็นสนิม ไม่ปนเปื้อน สแตนเลสเป็นวัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดสนิมหรือเศษโลหะหลุดออกมา จึงเหมาะสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการความสะอาดสูง เช่น อาหาร ยา หรือห้องปลอดเชื้อ นอกจากนี้ยังไม่ติดไฟง่าย ทำให้เพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง
- อายุการใช้งานยาวนาน ด้วยความทนทานต่อสภาพแวดล้อมและแรงทางกล ท่อเฟล็กซ์สแตนเลสจึงมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าท่อทั่วไปหลายเท่า ลดความถี่ในการซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนท่อใหม่ ช่วยประหยัดงบประมาณในระยะยาว
ความทนทานท่อเฟล็กซ์ร้อยสายไฟราคา PE
สามารถใช้งานได้ในอุณหภูมิทั่วไปตั้งแต่ประมาณ -20°C ถึง +60°C โดยที่โครงสร้างของท่อยังคงประสิทธิภาพและไม่เกิดการเสียรูป ทว่า ข้อจำกัดที่สำคัญของท่อชนิดนี้คือไม่สามารถทนต่อแสงแดด (UV) ได้ดี หากติดตั้งในพื้นที่กลางแจ้งหรือสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน ท่อจะเกิดการกรอบ แตก หรือเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังไม่สามารถทนความร้อนสูงหรือเปลวไฟได้ ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ในบริเวณที่มีแหล่งกำเนิดความร้อน เช่น ใกล้หม้อแปลง ห้องเครื่อง หรือในระบบที่มีอุณหภูมิสูงต่อเนื่อง ควรเลือกใช้ท่อชนิดอื่น เช่น PA (Polyamide) หรือท่อโลหะแทนในกรณีเหล่านี้
✅ 1. ตรวจสอบจำนวนและขนาดของสายไฟที่จะร้อย เริ่มจากการดูว่าในแต่ละเส้นทางของท่อ จะต้องร้อยสายไฟกี่เส้น และสายแต่ละเส้นมีขนาด (พื้นที่หน้าตัด) เท่าไหร่ โดยทั่วไปสายไฟมีหน่วยเป็นตารางมิลลิเมตร เช่น 1.5, 2.5, 4, 6, 10 ตร.มม. เป็นต้น
หากต้องร้อยสายหลายเส้นหรือสายขนาดใหญ่ ต้องใช้ท่อขนาดใหญ่ตามไปด้วย
✅ 2. คำนวณพื้นที่รวมของสายไฟ ให้รวมพื้นที่หน้าตัดของสายไฟทั้งหมด (พื้นที่หน้าตัดของสายแต่ละเส้น × จำนวนเส้น) เพื่อหาพื้นที่รวม จากนั้นนำไปเปรียบเทียบกับความจุของท่อเฟล็กซ์ PE
ตัวอย่าง: สายไฟขนาด 2.5 ตร.มม. จำนวน 4 เส้น → พื้นที่รวม = 2.5 × 4 = 10 ตร.มม.
✅ 3. เผื่อพื้นที่ภายในท่อประมาณ 30%–40% เพื่อให้การร้อยสายทำได้ง่าย ไม่แน่นเกินไป และสามารถระบายความร้อนได้ ควรใช้ท่อที่มีพื้นที่ภายในมากกว่าพื้นที่รวมของสายไฟอย่างน้อย 30–40%
เช่น พื้นที่รวมสายไฟ 10 ตร.มม. × 1.4 = 14 ตร.มม. → ควรเลือกท่อที่มีพื้นที่ภายในไม่น้อยกว่า 14 ตร.มม.
✅ 4. เลือกขนาดท่อมาตรฐานที่ใกล้เคียงหรือมากกว่า ท่อเฟล็กซ์ร้อยสายไฟ ขนาดท่อ PE มาตรฐาน (เส้นผ่านศูนย์กลางภายในโดยประมาณ):
16 มม. (1/2 นิ้ว) – ใช้กับสายขนาดเล็ก ไม่เกิน 2–3 เส้น
20 มม. (3/4 นิ้ว) – ใช้กับสายขนาดกลาง 3–5 เส้น
25 มม. (1 นิ้ว) – ใช้กับสายขนาดใหญ่ หรือสายหลายเส้น
32 มม. / 38 มม. / 50 มม. – สำหรับงานที่มีจำนวนสายมาก หรือสายขนาดใหญ่พิเศษ
ผลงานของเรา
ขนาดและการใช้งาน ท่อเฟล็กซ์ร้อยสายไฟราคา PE มาตรฐานจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางให้เลือกหลากหลาย เช่น 16 มม. (1/2 นิ้ว), 20 มม. (3/4 นิ้ว), 25 มม. (1 นิ้ว), 32 มม. (1-1/4 นิ้ว), 38 มม. (1-1/2 นิ้ว) และ 50 มม. (2 นิ้ว) ซึ่งช่วยให้สามารถเลือกใช้ได้ตามจำนวนสายไฟหรือขนาดของสายที่ต้องการร้อยผ่าน โดยทั่วไปท่อเหล่านี้จะบรรจุเป็นม้วนยาว 50 หรือ 100 เมตร เพื่อให้สะดวกต่อการตัดและติดตั้งหน้างาน อีกทั้งยังสามารถใช้ร่วมกับข้อต่อ ข้องอ แคลมป์ และอุปกรณ์ยึดท่อมาตรฐานอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย
ด้านความปลอดภัย ควรได้รับการติดตั้งอย่างเหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างท่อจะไม่ยุบตัวหรือเสียหายระหว่างการใช้งาน เช่น ต้องใช้แคลมป์หรือเข็มขัดรัดท่อเพื่อป้องกันการขยับตัว หรือใช้ข้อต่อที่พอดีกับขนาดของท่อ เพื่อให้ท่อแนบสนิทกับกล่องพักสายหรือท่อประเภทอื่น ๆ การติดตั้งที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลให้เกิดช่องว่าง ทำให้สายไฟเคลื่อนตัว เสียดสีกับผนังท่อ หรือถูกดึงหลุดจากตำแหน่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งานหรือระบบไฟฟ้าโดยรวม





สอบถามและปรึกษาเกี่ยวกับสินค้าได้โดยตรง
บริการนำเข้าทางเครื่องบิน (Air Freight)
มีสต็อกพร้อมส่งในประเทศ รองรับการใช้งานได้ทันที
✅ จัดส่งได้ทันทีภายใน 1–2 วันทำการ
✅ ปริมณฑล และต่างจังหวัด 2-3 วันทำการ (ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการขนส่งเอกชน) **สามารถระบุได้
สั่งผลิตตามขนาดและความต้องการใช้งานได้
✅เลือกขนาดได้อิสระ: กำหนด ความกว้าง x ความสูง x ความลึก ตามพื้นที่ใช้งาน





